RUN FOR GOOD ส่งต่อสิ่งดีๆจากความตั้งใจของนักวิ่งคนนึง

RSS

บางทีความตั้งใจของคนๆนึงที่ไม่มีใครรู้จักก็สร้างแรงบันดานใจให้กับคนเป็นร้อยๆได้ พี่โด่ง -ไพชยนต์ เจนช่าง เป็นนักวิ่งคนนึงที่หลายๆคนพูดถึงเรื่องความตั้งใจ จากคนที่เริ่มวิ่งตอนอายุ 33 เพราะเป็นโรคหอบหืด จนมาชนะรายการ Bangkok Marathon เข้าที่ 2 เป็นประวัติศาสตร์ของคนไทยที่ชนะนักวิ่งผิวสีหลายๆคนที่ครองตำแหน่งรายการนี้มาตลอด ตอนอายุ 42 ปี!!! แม่อายุจะเยอะกว่าแต่ใจสู้ก็ไม่แพ้ใคร

จุดเริ่มต้น

เริ่มวิ่งตอนอายุ 33 ปี วิ่งเพราะเป็นโรคหอบหืดและเพียงคิดที่จะเริ่มต้นออกกำลังกายด้วยการวิ่งเพื่อต้องการให้สุขภาพแข็งแรงและสามารถเล่นฟุตบอลได้ดีขึ้น

เมื่อตัดสินใจวิ่ง ก็เริ่มออกวิ่ง มีวินัยกับการวิ่งในทุกๆวัน โดยไม่มีข้อแม้ ข้ออ้าง หรือเหตุผลใดๆ ในช่วงเวลานั้นปี 2543 รายการแข่งขันวิ่งยังมีน้อย พอคิดว่าจะวิ่งแล้ว ก็ตัดสินใจเข้าร่วมรายการแข่งขันวิ่งมินิฮาฟ มาราธอน จ.จันทบุรี ระยะทาง 10 กิโลเมตร เลย

“เพียงแค่ 2 อาทิตย์ก่อนการแข่งขันจะเริ่มขึ้น เตรียมตัวฝึกซ้อมพร้อมกับรองเท้าผ้าใบธรรมดาๆ เพียงวันละ4-5 กิโลเมตร ในตอนนั้นไม่มีคำว่าพร้อมหรือไม่ … ผมก็แค่ลงสมัครแข่งขัน การเตรียมตัวแทบจะไม่มีเลย ใส่รองเท้าผ้าใบธรรมดาๆ และก็วิ่งเลย”

 

เส้นทางสู่การเป็นนักวิ่ง

หลังการแข่งขันรายการแรกจบลง ก็มุ่งมั่นในการวิ่งมากขึ้นไปอีก ไม่ว่าฝนจะตก แดดจะร้อน หรือนํ้าท่วม ก็ซ้อมวิ่งทุกวันอย่างมีวินัย ไม่ว่าฝนจะตก ก็ยังคงซ้อมวิ่งอย่างไม่ย่อท้อ จนหลายคนที่เห็นบอกว่าเพี้ยน “ชาวบ้านเขาก็มองว่าผมบ้าหรือเปล่านะ” พูดแล้วก็หัวเราะ

“มีคนถ่ายคลิปตอนผมกำลังซ้อมวิ่งกลางฝน ตอนนั้นนํ้าเยอะเต็มสนาม เหมือนนํ้าท่วม คนดูก็นำไปแชร์กันเยอะ เขาคงสงสัยว่าผมวิ่งได้อย่างไรฝนตกขนาดนั้น … สำหรับผมตอนนั้น ผมก็แค่อยากจะซ้อมวิ่งทุกวันครับ ไม่ได้คิดเรื่องฝนตกเลย

ก้าวข้ามความพ่ายแพ้

“ผมไม่ใช่ต้องการที่จะชนะเท่านั้น แต่ผมมีความสุขกับการวิ่ง ชอบความรู้สึกที่ได้วิ่งแซงคนที่อยู่ข้างหน้าไปทีละคน เพราะนั่นแสดงว่าผมทำได้ดีขึ้นในทุกช่วงการวิ่ง ความรู้สึกที่ได้แซงคนข้างหน้าไปทีละคน คือ ความมุ่งมั่น และเป้าหมายของผม …. ทุกวันนี้ผมไม่ได้คิดเรื่องอายุ หรือไม่สู้คนที่เด็กกว่า ผมก็คิดแค่อยากทำให้ดีที่สุด วิ่งไปเรื่อยๆ วิ่งแซงทีละคน ไม่เคยคิดเลยว่าจะทำแค่ให้ดีที่สุดในแค่รุ่นระยะของตัวเอง”

ในการแข่งวิ่งหลายๆครั้ง เคยต้องแพ้กับนักวิ่งคนนึงมาตลอด แพ้จนกระทั่งหลั่งนํ้าตาเพราะสู้ไม่ได้ แต่ในตอนหลังพอมารู้ว่าคนๆนั้นคือพิทักษ์ พัตจุน อดีตนักวิ่งทีมชาติไทย ก็ไม่รู้สึกเสียใจแต่กลับภูมิใจที่ได้มีโอกาสได้วิ่งเคียงไหล่กับระดับทีมชาติ

จากการแพ้ในครั้งนั้นๆก็เปลี่ยนเป็นพลังความมุ่งมั่น “สำหรับผม ตอนนั้นก็เสียใจ ร้องไห้เลยนะ แต่ผมก็กลับไป ทั้งตั้งใจซ้อม พัฒนาตนเองมากขึ้น จนสามารถนำชัยชนะกลับคืนมาได้อีกครั้ง”

 

น้ำใจของเพื่อนนักวิ่ง

 “เพราะ การวิ่งทำให้ผมมีสังคม มีเพื่อนฝูงที่ดี ได้มิตรภาพ มีเพื่อนมากขึ้น ถึงแม้นักวิ่งจะเป็นคู่แข่งกันในสนาม แต่ตอนแข่งเสร็จ ทุกคนก็เป็นเพื่อนกัน เป็นพี่น้องกัน ….

ครั้งหนึ่งในปี 2017 ในงานวิ่งที่พัทยา ผมวิ่งคู่กันมากับนักวิ่งชาวญี่ปุ่น เหนื่อยกันมากครับ เขารับนํ้าไม่ทัน และผมก็รับนํ้าและส่งนํ้าให้เขา พอวิ่งเสร็จเขามาขอบคุณผมใหญ่เลย เป็นความประทับใจและความสุขใจที่ผมไม่เคยลืม”

 

ไม่เคยคิดที่จะหยุดวิ่ง

หากพูดถึงความเหนื่อย ความล้า ไม่เคยเข้ามาอยู่ในสารระบบความคิดของพี่โด่งแม้แต่น้อย แม้ครั้งหนึ่งในช่วงอายุ 37-38 ปี พี่โด่งเกิดอาการกล้ามเนื้อพัง แต่เขาก็ไม่เคยคิดที่จะเลิกวิ่ง ช่วงนั้นเขาเพียงหยุดพักฟื้น และเมื่ออาการดีขึ้น พี่โด่งก็กลับมามุ่งมั่นฝึกซ้อม อีกทั้งพัฒนาตนเอง จนสามารถกลับมาวิ่งได้อย่างเต็มตัวอีกครั้ง

“ถ้าวิ่งแล้วเจ็บ ขอให้เชื่อว่าเรากลับมาพัก รักษาตัว และกลับมาวิ่งต่อได้ หลายคนเห็นว่าผมไม่ยอมแพ้ เขาบอกว่า ผมมีแววตาแห่งความมุ่งมั่น และอยากที่จะเอาชนะ การวิ่งมีขึ้นมีลง แต่ผมไม่ยอมแพ้ ผมเคยบาดเจ็บและต้องหยุดวิ่งไปเป็นปี มีคนมาพูดกับผมว่า ตอนที่เจ็บขนาดนั้น เป็นคนอื่น เขาก็เลิกวิ่งไปแล้ว”

 

ในวันนี้ การวิ่งของพี่โด่ง ไม่ใช่แค่เป็นการวิ่งของคนคนเดียว อีกแล้ว

นอกจากความสุขกับการเป็นนักวิ่ง ปัจจุบันพี่โด่งยังเป็นโค้ชทีมวิ่ง ศ.ไพชยนต์ เพื่อส่งต่อประสบการณ์ ทักษะ แรงบันดาลใจดีๆให้กับเด็ก เยาวชน และผู้ที่สนใจการวิ่งอีกด้วย

“ครั้งหนึ่งผมมีโอกาสไปแข่งขันที่ภาคอีสาน ได้เจอกับน้องๆเยาวชนที่มาแข่งวิ่งเพื่ออยากจะนำเงินไปเลี้ยงครอบครัว เด็กๆเหล่านั้นวิ่งเท้าเปล่า ไม่สวมรองเท้า ซึ่งทุกคนก็วิ่งได้ดี มีความมุ่งมั่น ตั้งใจ ผมจึงเกิดแรงบันดาลใจอยากจะฝึกซ้อมและถ่ายทอดทักษะการวิ่งต่างๆ ส่งพลังดีๆให้กับน้องๆเยาวชนหรือคนที่สนใจการวิ่งในจังหวัดจันทบุรีบ้านผมให้ดีที่สุด

ทีมวิ่ง ศ.ไพชยนต์ เพิ่งจะเริ่มเติบโต และเด็กๆก็ช่วยกันตั้งชื่อทีม เด็กที่มาฝึกมีอายุตั้งแต่ 10-11 ปี และ 14 - 20 ปี พ่อแม่มาฝากไว้ ผมก็ดูแลทุกคนเหมือนครอบครัว มีน้องๆหลายคนที่ผ่านการฝึกซ้อมแล้วได้รับโอกาสดีๆรวมไปถึงชนะการแข่งขันระดับชาติ ได้เป็นนักกีฬาของกองทัพเรือ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมดีใจ อยากให้เขาไปได้ดี

 

 

สำหรับเด็กที่จะมาเรียนกับผม ผมจะสอนตั้งแต่ต้นเลยว่า ต้องมีความมุ่งมั่น ตั้งใจ มีระเบียบวินัย ขยันฝึกซ้อม ซื่อสัตย์ รู้จักประมาณตนให้กำลังใจตนเองเสมอ อย่าท้อถอยแม้ในวันที่ไม่ได้ถ้วยรางวัล หรือตำแหน่งใดๆเลย ต้องลุกขึ้นสู้และเอาชนะความท้อแท้ในใจให้ได้

ไม่เล่นโทรศัพท์มือถือเกินไปจนพักผ่อนน้อย เข้านอนเร็วเพื่อการพักผ่อนที่เพียงพอ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด และสิ่งสำคัญคือไม่โกหกตัวเองหรือผู้ฝึกสอนว่าฝึกซ้อมตามเวลาแล้ว เพราะการฝึกซ้อมนั้นช่วยพัฒนาตัวเราเองจริงๆ ถ้าโกหกว่าฝึกซ้อมแล้ว การพัฒนาตัวเองก็จะไม่เกิดขึ้น เหล่านี้คือก้าวแรกไปสู่การประสบความสำเร็จ เป็นสิ่งสำคัญที่สร้างเยาวชนในวันนี้ได้จากการวิ่ง”

แม้ประสบการณ์ ทักษะ วินัยการซ้อม ความพร้อมของร่างกาย และอุปกรณ์ จะเป็นหัวใจสำหรับการวิ่ง แต่ ...สิ่งที่เหนือกว่านั่นคือความรู้สึกดีๆที่เกิดขึ้นกับตัวเองและคนอื่น Saucony Thailand ขอส่งมอบสิ่งดีๆจากความตั้งใจของนักวิ่งคนนี้ต่อให้กับทุกๆคน

#RunForGood

ประวัติส่วนตัวของนักวิ่งธรรมดา

ชื่อ ไพชยนต์ เจนช่าง

ชื่อเล่น โด่ง

เกิดวันที่ 7 ธ.ค พ.ศ. 2515

ต.บางกะจะ อ.เมือง จ.จันทบุรี

การศึกษา ป.1-ป.4 โรงเรียนวัดโบสถ์

ป.5 –ป.6 โรงเรียนวัดสิงห์

ม.1-ม.3 โรงเรียนบางกะจะ

อาชีพ ธุรกิจส่วนตัว เปิดร้านซ่อมรถยนต์ นักวิ่งมาราธอน และโค้ชสอนวิ่ง

 

 

  • Saucony Thailand
Comments 0
Leave a comment
Your Name:*
Email Address:*
Message: *
* Required Fields